ข้ามไปยังเนื้อหา

AI PROJECT · COMMERCIAL INTELLIGENCE FRAMEWORK

ภาพรวมโปรเจกต์
เบื้องหลัง MAYA OS

ภาพรวมกรอบการทำงานและขั้นตอนที่ MAYA OS ใช้วินิจฉัยปัญหาของธุรกิจก่อนเสนอวิธีแก้ หากต้องการรายละเอียดฉบับเต็มและวิธีเริ่มต้นใช้งาน สามารถไปที่หน้า MAYA OS โดยตรง

สถานะโปรเจกต์

Evolving Prototype

ปัญหาทางธุรกิจ

องค์กรมีข้อมูลการตลาด การขาย และ CRM อยู่แล้ว แต่ข้อมูลกระจายอยู่หลายระบบและวัดผลด้วยตัวชี้วัดที่ไม่ตรงกัน การประชุมจึงจบลงด้วยความเห็นมากกว่าข้อสรุปที่ตรวจสอบได้

ทำไมปัญหานี้จึงสำคัญ

เมื่อไม่ทราบว่ารายได้รั่วไหลที่ขั้นตอนใด การเพิ่มงบโฆษณาจะกลายเป็นคำตอบเริ่มต้น และปัญหาเดิมจะถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นแทนที่จะถูกแก้

เหมาะสำหรับใคร

เหมาะสำหรับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และทีม Marketing, Sales, CRM หรือ Data ที่ต้องการมองเห็นปัญหาของธุรกิจอย่างเป็นระบบ ก่อนกำหนดแนวทางแก้ไขและลำดับสิ่งที่ควรดำเนินการ

วัตถุประสงค์ของโปรเจกต์

สร้างกรอบการทำงานที่บังคับให้เกิดการวินิจฉัยก่อนเสนอวิธีแก้ โดยให้ AI ช่วยวิเคราะห์และตั้งสมมุติฐาน แต่ให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจ

บทบาทของชนิกานต์

ออกแบบกรอบการทำงานทั้งห้าขั้น กำหนดโครงสร้างคำถามเชิงวินิจฉัย ออกแบบจุดตรวจทานของมนุษย์ และทดสอบกับชุดข้อมูลสมมุติที่สร้างขึ้นเอง

เครื่องมือและเทคโนโลยี

  • Large language model สำหรับการวิเคราะห์และร่างข้อเสนอ
  • Google Sheets สำหรับชุดข้อมูลสมมุติ
  • เทมเพลตโครงสร้าง Prompt ที่ออกแบบเอง
  • เอกสารบันทึกการตรวจทาน

ภาพรวม Workflow

โจทย์งาน
ข้อมูลนำเข้า
AI ช่วยประมวลผล
ตรวจสอบโดยผู้รับผิดชอบ
ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้

ขั้นตอนการทำงาน

  1. Collect & Connect Data — รวบรวมข้อมูลที่มีและปรับให้อยู่ในภาษาการวัดผลเดียวกัน
  2. AI Analysis — หาความสัมพันธ์ ความผิดปกติ และสมมุติฐานที่ควรตรวจสอบ
  3. Human Review — ตรวจทานสมมุติฐานกับบริบทจริงและตัดข้อที่ไม่เกี่ยวข้องออก
  4. Action Plan — แปลงข้อสรุปเป็นลำดับความสำคัญ เจ้าภาพ และตัวชี้วัด
  5. Review Rhythm — กำหนดจังหวะทบทวนให้การตัดสินใจต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • รายงานการวินิจฉัยที่ระบุขั้นตอนที่รายได้รั่วไหล
  • ชุดสมมุติฐานที่จัดลำดับตามผลกระทบ
  • แผนลำดับความสำคัญพร้อมเจ้าภาพ

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้

ตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวทางการทำงาน

ตัวอย่างการวินิจฉัยรายได้รั่วไหลสมมุติ

ข้อมูลนำเข้า

  • ข้อมูลการตลาดและการขายสมมุติ
  • ตัวชี้วัดจากหลายระบบ
  • บันทึกการประชุมทีม

AI ช่วยประมวลผล

  • รวมข้อมูลให้อยู่ในภาษาการวัดผลเดียวกัน
  • หาความสัมพันธ์และความผิดปกติ
  • ตั้งสมมุติฐานว่ารายได้รั่วไหลที่ขั้นใด

ตรวจสอบโดยผู้รับผิดชอบ

  • ตรวจทานสมมุติฐานกับบริบทจริง
  • ตัดข้อที่ไม่เกี่ยวข้องออก
  • บันทึกเหตุผลของการรับหรือปฏิเสธ

ผลลัพธ์

  • แผนลำดับความสำคัญพร้อมเจ้าภาพและตัวชี้วัด

ขั้นตอนตรวจสอบโดยผู้รับผิดชอบ

AI ไม่สรุปผลด้วยตัวเอง ทุกสมมุติฐานต้องผ่านการตรวจทานของมนุษย์ในขั้นที่สาม โดยผู้ตรวจทานต้องระบุเหตุผลที่รับหรือปฏิเสธแต่ละข้อ และบันทึกไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

การใช้ AI อย่างรับผิดชอบและขอบเขตข้อมูล

  • ใช้ข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลตัวอย่าง หรือข้อมูลสังเคราะห์
  • ไม่ควรใส่ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลลับใน Public Demo
  • ผลลัพธ์จาก AI ต้องได้รับการตรวจสอบก่อนนำไปใช้
  • โปรเจกต์นี้เป็นการสาธิตแนวทาง ไม่ใช่ระบบองค์กรที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

ข้อจำกัดในปัจจุบัน

  • ยังไม่มีการใช้งานกับลูกค้าที่ชำระเงิน
  • ทดสอบกับชุดข้อมูลสมมุติเท่านั้น ยังไม่ผ่านการทดสอบกับข้อมูลขนาดใหญ่
  • ไม่มีการเชื่อมต่อระบบอัตโนมัติกับ CRM หรือแพลตฟอร์มโฆษณา
  • คุณภาพผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลที่นำเข้า

ขั้นตอนการพัฒนาต่อไป

จัดทำเทมเพลตการวินิจฉัยให้ใช้ซ้ำได้ และทดสอบกรอบการทำงานในรอบทดลองแบบกลุ่มเล็กด้วยข้อมูลสมมุติ

แนวทางของชนิกานต์

ชนิกานต์ กาญจนสาลี

นักกลยุทธ์ธุรกิจแบบ AI Native และถนัดด้าน Commercial Growth

มีประสบการณ์บริหารงานข้ามสายงานทั้ง Commercial Growth, Marketing, Sales, CRM, Data และ Operations

โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง

สำรวจต่อ